ผู้บริหาร

นายประทีป ชูเชิด
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
เครือข่ายสังคม
netlog
facebook
Twitter
hi5
google plus
youtube
ผู้ดูแลระบบ
kruthi48@gmail.com
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทอาขยานชั้นป.6

ชั้น ประถมปีที่ ๖


๏ ๏ วิชาเหมือนสินค้า ๏ ๏

วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป อัชฌาศัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม
** ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป**
จึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิศมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา.....


๏ ๏ บทไหว้ครู ปฐม ก กา ๏ ๏

• นะโมข้าจะไหว้        วระไตรระตะนา
   ใส่ไว้ในเกษา        วระบาทะมุนี
• คุณะวระไตร         ข้าใส่ไว้ในเกษี
   เดชะพระมุนี        ขออย่ามีที่โทษา
• ข้าขอยอชุลี        ใส่เกษีไหว้บาทา
   พระเจ้าผู้กรุณา        อยู่เกษาอย่ามีไภย
• ข้าไหว้พระสะธรรม        ที่ลึกล้ำคำภีร์ใน
   ได้ดูรู้เข้าใจ        ขออย่าได้มีโรคา
• ข้าไหว้พระภิกษุ        ที่ได้ลุแก่โสดา
   ไหว้พระสกิทาคา        อะระหาธิบดี
• ข้าไหว้พระบิดา        ไหว้บาทาพระชะนะนี
   ไหว้พระอาจารีย์        ใส่เกษีไหว้บาทา
• ข้าไหว้พระครูเจ้า        ครูผู้เฒ่าใส่เกษา
   ให้รู้ที่วิชา        ไหว้บาทาที่พระครู
• จะใคร่รู้ที่วิชา        ขอเทวามาค้ำชู
   ที่ใดข้าไม่รู้        เล่าว่าดูรู้แลนา
• ไชยโยขอเดชะ        ชัยชะนะแก่มารา
   ระบือให้ลือชา        เดชะสามาไชยโย
• ไชยโยขอเดชะ        ชัยชนะแก่โลโภ
   • กุมาระกุมารี        ตะรุณีย์ที่เยาว์ไว
   จะฬ่อพอเข้าใจ        ให้รู้จำคำวาที
• ว่าไว้ใน ก กา        ก ข ขา อา อิ อี
   ว่าไว้ในเท่านี้        ที่พอได้ใน ก กา
• แต่พอให้รู้เล่า        ที่ผู้เขลาเยาวะพา
   ได้ดูรู้แลนา        กุมาราตะรุณี
• จะใคร่ได้รู้ธำม์        ที่ลึกล้ำจำไว้ดี
   ได้แน่แต่เท่านี้        ดีจำเอาเบาใจครู
• จะว่าแต่ฬ่อๆ        ว่าแต่พอฬ่อใจดู
   ว่าไว้ได้พอรู้        ดูว่าเล่าเอาใจใส่

จากหนังสือปถม ก กา หัดอ่าน
หนังสือเรียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
(ขอบพระคุณ คุณสุคุณ ที่กรุณาแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูล ๑๖ กรกฎ ๔๗)

 

๏ ๏ พระอภัยมณี ๏ ๏
- สุนทรภู่ -

พระฟังความพราหมณ์น้อยสนองถาม
จึงเล่าความจะแจ้งแถลงไข
อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป
ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์
ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช
จตุบาทกลางป่าพนาสิน
แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน
ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา
ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ
อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา
ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญา
จะนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟังแล้ว

หยิบปี่ที่ท่านอาจารย์ให้
เข้าพิงพฤกษาไทรดังใจหวัง
พระเป่าเปิดนิ้วเอกวิเวกดัง
สำเนียงวังเวงแว่วแจ้วจับใจ
ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย
ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย
จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย
พระจันทรจรสว่างกลางโพยม
ไม่เทียบโฉมนางงามเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย
ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน
เจ้าพราหมณ์ฟังวังเวงวะแว่วเสียง
สำเนียงเพียงการเวกกังวาลหวาน
หวาดประหวัดสตรีฤดีดาล
ให้ซาบซ่านเสียวสะดับจนหลับไป
ศรีสุวรรณนั้นนั่งอยู่ข้างพี่
ฟังเสียงปี่วาบวับก็หลับไหล
พระแกล้งเป่าแปลงเพลงวังเวงใจ
เป็นความบวงสรวงพระไทรที่เนินทรายฯ



๏ ๏ นรางกุโรวาทคำกลอน ๏ ๏

(ตอนปรารถนาดีต่อแดนเกิด)

เราเกิดมา หน้าที่ อารีสมาน
ใจเพื่อนบ้าน เพื่อนนิคม สนมสนิท
บ้านแลแขวง ตำแหน่งตน ทุกคนคิด
ช่วยให้เดิน เจริญผิด กว่าเคยมา
คอยหวังดี ถ้าแม้นมี โอกาสไฉน
ควรจะให้ แขวงนั้น สุขหรรษา
ทำไม่ไหว ให้ถวิล จินตนา
จะช่วยเหลือ เกื้อกว่า จะหมดแรง



เมืองไทยใหญ่อุดม
ดินดีสมเป็นนาสวน
เพื่อนรักเราชักชวน
ร่วมช่วยกันมุ่งหมั่นทำ
วิชาต้องหาไว้
เป็นหลักได้ใช้ช่วยนำ
ให้รู้ลู่ทางจำ
ค้นคว้าไปให้มากมี
ช่วยกันอย่างขันแข็ง
ด้วยลำแข้งและแรงกาย
ทำไปไม่เสียดาย
แม้อาบเหงื่อเมื่อทำงาน
ดั่งนี้มั่งมีแท้
ร่มเย็นแน่หาไหนปาน
โลกเขาคงเล่าขาน
ถิ่นไทยนี้ดีงามเอย

จบบทท่องจำชั้นประถมปีที่ ๖ ครับ
(รู้สึกจะขาดอีกบทหนึ่งที่ขึ้นต้นว่า
"แม่เกยหมู่ปักษา ข้อนหอยหาปลาในวน
กระหรอดหัวโขนขน หยองหยอยย่องข้องเกี่ยวหนาม
แซงแซวจับไซร้ขน ซุ่มซ่อนบนต้นมะขาม...
" นะครับ ผมก็จำได้แค่นี้เอง
- webslave )

โพสเมื่อ : 11 มิ.ย. 2555,14:53   อ่าน 5616 ครั้ง